วันนี้ 28/10/2568 16:35 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนสหกรณ์เกลือทะเล เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งส่งเสริมและยกระดับสินค้าเกษตรเกลือทะเลไทย โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพราคาในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ รวมถึงการพัฒนาระบบกลไกชะลอการจำหน่าย การจัดเก็บและบริหารสต็อกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพและมูลค่าให้เกลือทะเลไทย
นายนเรศ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับมูลค่าเกลือทะเลไทย ปี 2569 โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่
1.ระยะสั้น มุ่งสร้างกลไกการรวบรวมและบริหารจัดการผลผลิตและสต๊อกเกลือทะเลให้มีประสิทธิภาพ ผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมผลผลิตเกลือทะเล ตลอดจนสนับสนุนให้สหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมและจำหน่ายผลผลิต ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านผลผลิตและราคาจำหน่าย เพื่อใช้วางแผนกำหนดมาตรการดูแลราคาตลาดได้อย่างแม่นยำ พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุก
2.ระยะกลาง เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบตลาดที่เข้มแข็ง โดยจัดตั้งศูนย์รวบรวมและตลาดกลางเกลือทะเล (Salt Stock Warehouse Center) ในจังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดเก็บ รวมทั้งพัฒนาคลังพักเกลือมาตรฐานระดับจังหวัด (Salt Buffer Hub) เพื่อรองรับผลผลิตส่วนเกิน และเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลบริหารสต็อกแบบ Real-time
3.ระยะยาว มุ่งยกระดับคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกลือทะเลไทย ให้สามารถแข่งขันในตลาดสากลได้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งเครือข่ายการผลิตเกลือทะเลคุณภาพสูงในพื้นที่นำร่อง เพื่อผลิตเกลือพรีเมียมและสินค้าเชิงนวัตกรรม พร้อมผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ “เกลือทะเลไทย (Thai Sea Salt)” ให้เป็นอัตลักษณ์ระดับชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสทางการตลาด
ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตเกลือทะเลภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาพอากาศในปี 2569 คาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงและอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ผลผลิตในปี 2568/69 จะอยู่ที่ประมาณ 630,439 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 13.80 ขณะเดียวกัน พบว่า ราคาจำหน่ายเกลือทะเลปีการผลิต 2567/68 มีความผันผวนตามฤดูกาล โดยมีแนวโน้มราคาต่ำในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว (กุมภาพันธ์–พฤษภาคม) และเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
สำหรับในด้านราคา มีราคาเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 798 บาทต่อตัน ราคาสูงสุดเฉลี่ย 919 บาทต่อตัน ในเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2567 และราคาต่ำสุดเฉลี่ย 626 บาทต่อตัน ในเดือนเมษายน 2568 สาเหตุหลักมาจากผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยขาดระบบหรือกลไกในการชะลอการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับปัญหาขาดแคลนยุ้งฉางจัดเก็บ ขณะที่สหกรณ์เกษตรเกลือทะเล 5 แห่ง ยังประสบปัญหาศักยภาพการจัดเก็บสินค้าไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสูญเสียคุณภาพและเสื่อมสภาพของสต็อกเกลือในแต่ละปี เป็นเหตุให้ราคาผลผลิตเกลือทะเลขาดเสถียรภาพอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบข้อเสนอจากสมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลแห่งประเทศไทย ซึ่งเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเกลือทะเลทั้งระบบ 4 ด้าน ได้แก่ 1. การแก้ปัญหาราคาเกลือตกต่ำ 2. การแก้ปัญหาหนี้สินชาวนา เกลือ 3. การปกป้องพื้นที่ผลิตเกลือให้ปลอดภัยและยั่งยืน และ 4. การจัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลเกษตรกรเกลือทะเล หรือกองทุนฟื้นฟูเกลือทะเล เพื่อบริหารจัดการเกลือทะเลแบบบูรณาการทั้งระบบ

More Stories
นายกฯ อนุทิน ยืนตรงเคารพธงชาติไทย นำ ครม. ร่วมพิธีวันพระราชทานธงชาติไทย ครบรอบ 109 ปี
มท. ถกกำหนดสิทธิประโยชน์ EEC ดันเมืองการบิน
ผู้แทนการค้าไทย ถก หอการค้าอินเดีย-ไทย ผลักดันความร่วมมือการค้าและการลงทุน