BizNewsThai.com

จับกระแสธุรกิจไทย เข้าใจทุกมิติการเติบโต “Insight Thai Business. Inside Every Growth.”

จับตาการตรวจสอบ ปมลงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์องค์กรระดับชาติ เข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารราชการหรือไม่ หวั่นกระทบธรรมาภิบาล

     จากกรณีมีเรื่องร้องเรียนถึงหน่วยงานปราบปรามการทุจริตระดับชาติ พบเอกสารราชการ ถูกอ้างว่า “ผ่านการลงนามและลงลายมือชื่อผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” อาจเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำครั้งนี้เป็นถึงกรรมการในองค์กรกำกับดูแลระดับชาติ นำไปสู่คำถามสำคัญว่า ใครเป็นผู้ลงนาม หรือมีการปลอมลายเซ็นหรือไม่ ประเด็นนี้ถูกจับตาในฐานะสัญญาณเตือนต่อมาตรฐานความโปร่งใสของระบบราชการ หลังมีการส่งหลักฐานตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และผลสอบภายใน ซึ่งระบุถึงเอกสารที่มีลักษณะต้องสงสัยว่าอาจมีการปลอมลายมือชื่อและใช้เอกสารโดยไม่ชอบด้วยกระบวนการราชการ

     แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า กรณีเช่นนี้กระทบหลักธรรมาภิบาลโดยตรง เพราะเอกสารราชการเป็นฐานของการตัดสินใจของรัฐ หากความถูกต้องของเอกสารถูกตั้งคำถาม ความน่าเชื่อถือของมติและกระบวนการทั้งหมดก็ย่อมสั่นคลอน ขณะนี้หนังสือร้องเรียนอยู่ในกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานอิสระด้านปราบปรามการทุจริต โดยสังคมจับตาว่าการตรวจสอบจะสร้างบรรทัดฐานความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐได้เพียงใด ในบริบทที่หน่วยงานกำกับของรัฐมีหน้าที่รักษามาตรฐานความโปร่งใสและถ่วงดุลอำนาจ เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเชิงบุคคล แต่เป็นคำถามต่อความมั่นคงของระบบตรวจสอบทั้งระบบ

     มีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลดังกล่าวได้ทำหนังสือถึง หน่วยงานอิสระด้านปราบปรามการทุจริต เพื่อให้สอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรบางรายและผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งมีพฤติการณ์เข้าข่ายปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งอาจเป็นการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางรายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ประกอบ 265, 268, 161 และ 157 รวมถึงความผิดตามกฎหมายเฉพาะด้านปราบปรามการทุจริต

      รายงานข่าวระบุว่า มีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อจาก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และ การตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เกี่ยวกับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย กับเอกสารราชการดังกล่าวด้วย


      จุดผิดสังเกตสำคัญคือ เอกสารดังกล่าว กรรมการองค์กรกำกับดูแลดังกล่าวไม่ได้ลงนามด้วยปากกา และหน่วยงานต้นสังกัดก็ได้มีการกำหนดวิธีที่จะใช้ในการลงลายมือชื่อทางอิเล็คทรอนิกส์เอาไว้แล้ว แต่จากการตรวจสอบก็ไม่พบว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนดังกล่าวได้ลงชื่อเข้าใช้ระบบลงนามเอกสารในช่วงที่มีการลงนามเอกสารฉบับต่าง ๆ

      ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า หากตรวจสอบพบว่ามีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือมีการปลอมเอกสารราชการและลายมือชื่อ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา และอยู่ในขอบเขตอำนาจของหน่วยงานอิสระด้านปราบปรามการทุจริต ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังเพียงใด

     คำถามที่ยังไร้คำตอบคือ หากเจ้าของชื่อยืนยันว่า “ลงนามจริง” แต่ไม่พบข้อมูลการลงนามในระบบ ใครคือผู้ลงมือ และระบบถูกใช้แทนความรับผิดชอบได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่คือคำถามต่อมาตรฐานความโปร่งใสของระบบราชการไทย ซึ่งสังคมกำลังรอคำอธิบายที่ชัดเจน ไม่ใช่ความเงียบ